wales

   กลุ่ม B ศึกยูโร 2016  ทีมชาติเวลส์ เจอกับ ทีมชาติสโลวาเกีย ต้องยอมรับว่ากลุ่มนี้อาจจะไม่ใช่ทีมยักษ์ใหญ่ที่สุดมากรวมตัวกันแต่ในกลุ่มนี้แต่ละทีมมีความแข็งแกร่งและอันตรายมาก ไม่ว่าจะเป็น สิงโตคำรามทีมชาติอังกฤษและ หมีขาว ทีมชาติรัสเซีย ซึ่งแต่ละทีมต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกันอยู่แล้วชื่อชั้นไม่ต่างกันส่วนฝีเท้าก็เช่นกันยากที่จะตัดสินว่าทีมไหนจะเข้ารอบแต่มาดูที่คู่นี้ทีมชาติเวลส์ดึงผู้เล่นที่มีประสบการณ์มาจากพรีเมียร์ลีกอังกฤษก็ไม่น้อยแต่ละตัวจะคุ้นหน้าคุ้นตาดี กองหลังที่รู้ๆกันก็มี แอชลี่ย์ วิลเลี่ยม เบน เดวิสและ เจมส์ เชสเตอร์ ตรงกลางขนมาอย่างหนาแน่น โจอัลเลน จากลิเวอร์พูล เนล เทลเลอร์จากสวอนซี อารอน แรมซี่ย์จากอาร์เซน่อล และ แกเร็ธ เบลจากเรอัล มาดริด แต่ละคนถือว่าพีคๆทั้งนั้น

แต่เมื่อเกมเริ่มขึ้นเพียง 2 นาที ทีมชาติเวลส์เกือบเสียประตูดีที่ เบน เดวิส ตามมาสกัดบอลก่อนที่จะถึงเส้นประตูทำให้ รอดตัวไปแล้วมานาทีที่ 10 แกเร็ธ เบลพาทีมชาติเวลส์ขึ้นนำ 1-0 จากการยิงฟรีคิกย้อนสอนทำให้เข้าประตจูไปแบบสวยงามตระการตา แล้วเกมก็บู๊กันเมามันส์จนนาทีที่ 60 Robert Mak  ครองบอลเลี้ยงมาเกือบริมเส้นเปิดตัดเข้ามาให้ Ondrej Duda ปล่อยบอลไหลมาเข้าเท้าซ้ายไม่ต้องจับซัดเข้าไปด้วยระยะ 8หลา บอลเสียบเสาแรกทำให้ แดนนี่ วอดส์ ผู้รักษาประตูเวลส์ขาตายดูบอลไหลเข้าประตูไปทำให้ สโลวาเกียไล่ตีเสมอมาเป็น 1-1 เกมหลับมาเสมอกันอีกครั้ง จนนาทีที่ 81 แรมซี่ย์ได้บอลทะลุช่องตัดเข้ามาในเขตโทษแต่ว่าทรงตัวไม่ดีเกือบจะล้มแล้วบอลมาเข้าทางเท้าของ Hal Robson-Kanu ตัวสำรองที่เพิ่งลงมายิงด้วยเท้าซ้ายระยะ 18หลาเข้าประตูไปทำให้ทีมชาติเวลส์ขึ้นนำ2-1และเป็นประตูที่พาทีมเวลส์ชนะเก็บ3คะแนนสำคัญไปได้ขึ้นเป็นที่ 1ของกลุ่มB นับว่าเป็นเกมที่สนุกและสูสีกันมากครับ

         wales

   เมื่อบทความที่แล้วผมได้พูดถึงคู่ทีมชาติเวลส์ กับทีมชาติ สโลวาเกียเท่านั้น  มาต่อที่ประตูต่อไปกันเลย ลูกที่เกิดขึ้นต่อไปเป็นการเจอกันของ ไก่งวง ทีมชาติตุรกี กับ ตราหมากรุก ทีมชาติโครเอเชีย ที่เกมนั้นมีประตูเกิดขึ้นเพียงแค่ประตูเดียว เป็นประตูที่ โครเอเชียกำลังที่จะบุกโจมตี แล้ว บอลโดนสกัดออกมา ลูก้า โมดริซ วิ่งเข้ามาซ้ำจังหวะที่ 2 บุกพุ่งแหวกอากาศเสียงดังซู่พุ่งไปตรงประตูไม่มีใครมาขว้างทางเดินหน้าต่อไปที่ประตูสุดท้ายบอลกระแทกประตูเข้าไปอย่างสวยงาม นับว่าเป็นลูกที่ต้องติด 1 ใน 10 อย่างแน่นอน  ประตูต่อมาเป็นเกมที่ เยอรมันเจอกับ ยูเครน ประตูที่ 2ของเยอรมัน เกิดขึ้นในนาทีที่ 90+1 หลังจากที่ส่ง บาสเตรียน ชไวน์สไตล์เกอร์ ลงมาไม่ทันได้บอลเลย เกมส่วนกลับของเยอรมัน เมซุสโอ ซิลหลุดเดียวมาทางริมเส้นฝั่งซ้าย ดึงตัวผู้เล่นมาก่อนที่จะเปิดให้กับ ชไวนี่ที่วิ่งเติมขึ้นมาขนาดกัน บอลลอยพุ่งมาที่กระกระทบพื้นก่อนแล้วชไวนี่ก็กะจังหวะในการยิงประตูแปลเข้าไปอย่างสวยงามเป็นลูกยิงที่คลาสสิคและต้องแม่นยำถึงจะยิงประตูนี้ได้ ส่งผลให้ประตูนี้ดับฝันของ ยูเครนไปเลยทีเดียว ประตูต่อมา เบลเยี่ยมกับ อิตาลี เกมนั้น เบลเยี่ยมเป็นฝ่ายบุกอยู่ทีมเดียวแต่โดนจังหวะสวนกลับของอิตาลี โบนุชชี่ วางบอลจากแดนหลังมาที่แดนหน้าให้กับ จัคเคลลินี่ เอาบอลลงก่อนที่จะยิงด้วยขวาส่วนตัวของ ธิบงต์ กูรส์ตัวส์เข้าไป นับว่าเป็นจังหวะเปิดที่แม่นยำ และการจบสกอร์ที่แน่นอน ประตูนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ อิตาลีเก็บ 3คะแนนจากทีมชาติเบลเยี่ยม